วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552

นายกฯต้องสร้างมาตรฐานจริยธรรม

หมวดข่าว : วิเคราะห์
โดย กองบรรณาธิการ
เพียง 1 เดือน แทบไม่น่าเชื่อว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องเจอด่านทดสอบ "มาตรฐานจริยธรรม" ของคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลของเขา 2 คนคือนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย จากกลุ่มเพื่อนเนวิน และนายวิทูรย์ นามบุตร รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยทั้ง 2 รายนั้นเป็นรัฐมนตรีมือใหม่ป้ายแดง
ทั้งนี้ กรณีของนายบุญจง นั้น นายกฯจะรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พิจารณาชี้ขาดเรื่องการแจกเงินแนบนามบัตรของนายบุญจง เข้าสู่การพิจารณา ถ้ามีการชี้มูลจริงก็ต้องมาพิจารณากัน แต่ตอนนี้เข้าใจว่ามีการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เท่านั้น ซึ่งเราก็ต้องยอมรับการตรวจสอบดังกล่าว
"ถ้าป.ป.ช. ชี้มูลว่ามีความผิดนายกรัฐมนตรีก็พร้อมที่จะปรับครม. ซึ่งอันนั้นก็แน่นอนอยู่แล้ว "
ส่วนกรณีของนายวิฑูรย์ ซึ่งตอนนี้เริ่มขยายผลว่ามีคนในพรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแจกปลากระป๋องเน่า นั้น นายกรัฐมนตรี บอกว่า กำลังดูข้อมูลทั้งหมดและก็คิดว่าหลังจากที่กลับมาจากการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. นี้ ก็คาดว่าจากนั้นอีกไม่เกิน 1-2 วัน พรรคประชาธิปัตย์ จะมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้
ทั้ง 2 กรณีนั้นพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นป.ป.ช.ไปแล้ว 1 เรื่อง และวันหรือสองวันี้ก็จะยื่นอีก 1 เรื่อง
ทั้ง 2 กรณี พุ่งเป้าความรับผิดชอบไปที่ตัวนายกรัฐมนตรี กับกฎเหล็กของนายกรัฐมนตรี การที่ปล่อยให้เรื่องนี้คลุมเครือ มันจะเป็น "ไมล์สะสม" อย่างที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน เพื่อไทย กล่าวเอาไว้ในรัฐสภา

เรื่องนี้ส่งผลต่อเสถียรภาพ และความเชื่อมั่นของประชาชน ที่มีต่อรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรี ว่า การตัดสินใจแก้ปัญหายังยึดตามมาตรฐาน 9 ข้อที่ได้มอบให้ครม.นำไปปฏิบัติ ไว้

เพราะฉะนั้น สัญญาณที่ส่งออกมาหมายถึงต้องการให้รัฐมนตรีทั้ง 2 คนแสดงสปิริตด้วยตัวเอง เพื่อสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมือง หรือนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ปรับทั้ง 2 คนออกจากตำแหน่ง เพื่อยกระดับมาตรฐาน มิให้คนที่มีรอยด่างเข้ามาปรากฎกายอยู่ในคณะรัฐมนตรี มิใช่การจำนนต่อความผิด เพราะการพิสูจน์ความผิดไม่ใช่หน้าที่ของนายกรัฐมนตรี
แต่เวลานี้คนไทยต้องการเห็นมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการเมืองเหนือสิ่งอื่นใด

1 ความคิดเห็น:

ศึกษาต่อต่างประเทศ กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูล