โดย : วัฒนา
คำสั่งล้างบางข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือเป็นควันหลงข้าราชการ เปิดศึกชักธงรบฝ่ายการเมือง โดย “สุกิจ” นั้นเป็นเด็ก "หญิงอ้อ" เมื่อโดนเด้งจึงออกมาแฉยับนักการเมืองจ้องงาบ สั่งให้กรรมการพิจารณางบอุดหนุนเฉพาะกิจท้องถิ่นหลายหมื่นล้านรีบเซ็นอนุมัติ 3 พันโครงการ โดยไม่ต้องรอคำสั่งที่มิชอบของนักการเมือง รวมถึงการโยกย้ายสิงห์ขาว เพื่อนร่วมรุ่น"สุเทพ"ผงาดยกแผง แถมเด็ก“เนวิน”ถูกดันขึ้นเพียบ เป็นการปูทางสลายฐานมวลชนเสื้อแดง
การจัดทัพทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงมหาดไทยที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดขึ้นภายหลังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย และผู้จัดการรัฐบาล ได้หารือกับนายเนวิน ชิดชอบ ผู้อยู่เบื้องหลังการตั้งพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันจัดทำโผรายชื่อโยกย้ายทั้งหมดแทบทุกตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีการผลักดันคนใกล้ชิดของตัวเองในพื้นที่ โดยเป็นนคนบ้านเดียวกันกับนายสุเทพ เพื่อนสนิทและรุ่นน้องมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่จบการศึกษาจากที่เดียวกัน มารับตำแหน่งหลายคน ในส่วนของการผลักดันของนายเนวินนั้น ให้ผู้ว่าฯภาคอีสานใกล้ชิดกับส.ส.ภูมิใจไทย มารับตำแหน่งสำคัญๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ว่าฯภาคอีสานพื้นที่หลักของพรรคภูมิใจไทยที่แข่งกับพรรคเพื่อไทยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นฐานหลักของคนเสื้อแดง โดยมีหลายคนที่เป็นการย้ายเพื่อคืนความชอบธรรมให้ หลังจากก่อนหน้านี้ในช่วงรัฐบาลพลังประชาชนถูกย้ายไปอยู่ในพื้นที่ไม่ถนัดในการทำงาน จนทำให้การบริหารงานในจังหวัดเกิดปัญหา

อย่างไรก็ตามผลของการโยกย้ายทำให้ผู้ถูกโยกย้ายบางคน อาทิ นายสุกิจ เจริญรัตนกุล ที่ถูกเด้งจากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(อสถ.) ซึ่งเป็นกรมขนาดใหญ่ของกระทรวงที่มีงบประมาณแต่ละปีประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ไปนั่งตบยุงในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านายสุกิจมีความใกล้ชิดกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ผนวกกับมีปัญหาเรื่องทุจริตนมโรงเรียนเกิดขึ้น แต่นายสุกิจชี้แจงเรื่องนี้ไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายการเมือง อีกทั้งนายสุกิจได้ประกาศทันทีว่า เตรียมยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตามรอยนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ถูกเด้งเข้ากรุก่อนหน้านี้ บนกระแสข่าวว่านายสุกิจได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายพีรพล หลังมีคำสั่งเด้งเข้ากรุด้วยเพื่อขอคำแนะนำในการต่อสู้ตามข้อกฎหมายเช่นเดียวกับนายพีรพล ที่ได้ยื่นเรื่องไปก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ที่น่าสนใจเป็นพิเศษนายสุกิจ ได้ลงนามคำสั่งทิ้งทวนเปิดศึกกับฝ่ายการเมือง เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 52 หลังโดนเด้งไม่กี่ชั่วโมง อันเป็นคำสั่งเรื่อง “ยกเลิกแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรอง โครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีเร่งด่วน และคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาวงเงินการก่อสร้าง และรูปแบบโครงการที่อปท. ขอรับการสนับสนุนงบประมาณปี 2552” ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่อสถ. คนปัจจุบันได้รับคำสั่งให้ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย (ผต.มท.) โดยในตอนท้ายคำสั่งนายสุกิจระบุไว้ชัดเจนว่า ” อนึ่ง ณ ปัจจุบันเหลือเวลาอีกเพียง 6 เดือนจะสิ้นปีงบประมาณ 2552 ฉะนั้นในห้วงเวลานี้จนถึงวันที่อสถ . คนปัจจุบันได้รับคำสั่งให้ไปรักษาราชการแทนในตำแหน่งผต.มท. จึงขอให้ประธาน รองประธาน เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจฯ เร่งพิจารณาโครงการต่างๆ ที่คณะทำงานพิจารณาวงเงินก่อสร้างฯ ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วประมาณ 3000 โครงการ โดยมิต้องรอคำสั่งที่มิชอบของข้าราชการฝ่ายการเมืองเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
สำหรับคนที่มาเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคุมงบ 1.4 แสนล้านบาทแทนนายสุกิจ เป็นนายมานิต วัฒนเสน ผวจ.ขอนแก่น สายตรงเนวิน ชิดชอบ ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งได้รับแรงหนุนจากเนวินให้เป็นบอร์ดการประปาส่วนภูมิภาค

นอกจากนี้อธิบดีอีกหนึ่งคนที่ถูกเด้งแบบลดชั้น คือ นายชุมพร พลรักษ์ จากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มาเป็นผวจ.สิงห์บุรี จังหวัดเล็ก หลังจากเข้ารับตำแหน่งได้แค่ห้าเดือน แต่หลายคนก็ไม่ผิดความคาดหมาย เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านายชุมพรมีความใกล้ชิดกับแกนนำพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ทั้งนี้เดิมมีข่าวว่านายสุเทพ พยายามผลักดันให้นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าฯสตูลมาเป็นอธิบดีกรม
พัฒนาชุมชน แต่ปรากฏว่า โผไม่ลงตัว เพราะชื่อของนายไพรัตน์ สกลพันธุ์ ผวจ.นครนายกมาแรงในตอนท้าย เพราะนายเนวินต้องการให้นายไพรัตน์ไปเป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชนแทน จนนายชวรัตน์ต้องตัดสินใจในช่วงดึกของวันที่ 9 มีนาคม ก่อนนำชื่อเข้าครม. โดยขอให้นายสยุมพรไปเป็นผู้ว่าฯระยองแทน ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณก็ไม่ขัดข้องขณะที่นายวิชัย ไพรสงบ ผวจ.สิงห์บุรี มารับตำแหน่งผวจ. ภูเก็ต ได้รับแรงหนุนจากนางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ เพราะเคยเป็นอดีตผู้ว่าพังงามาก่อน ก่อนหน้านี้เคยเป็นอดีตผอ.รางวัด กรมที่ดินและรองอธิบดีกรมที่ดิน เป็นผู้ว่าฯ สิงห์ทอง รัฐศาสตร์ รามคำแหงที่มีอยู่ในเวลานี้
โดย นายปรีชา กมลบุตร ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ถูกลดชั้นให้ดำรงตำแหน่ง ผวจ.นครนายก เหตุเพราะฝ่ายการเมืองเห็นว่านายปรีชาไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในพื้นที่ได้ จนทำให้อยุธยาฯเป็นพื้นที่หลักของคนเสื้อแดงในภาคกลาง จนล่าสุดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเตรียมโฟนอินในงานความจริงสัญจรที่อยุธยาวันที่ 14 มีนาคมนี้ ผนวกกับฝ่ายการเมืองเห็นว่านายปรีชาใกล้ชิดกับแกนนำเพื่อไทยโดยเฉพาะนายยงยุทธ ติยะไพรัช สมัยนายปรีชาเป็นผู้ว่าฯเชียงราย
ส่วนนายปราโมทย์ สัจจรักษ์ ผวจ.สุรินทร์ ที่ได้ขยับมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากเป็นสายตรงเนวิน และศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทั้งที่เพิ่งไปเป็นผู้ว่าฯสุรินทร์เมื่อตุลาคมปี 51 โดยขยับจากรองผู้ว่าฯสุรินทร์ มาครั้งนี้ได้เป็นผู้ว่าฯขอนแก่น จังหวัดใหญ่ของภาคอีสาน พื้นที่เลือกตั้งของนายประจักษ์ แก้วกล้าหาญ รมช.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย
สำหรับนายวิเชียร ชวลิต ผวจ.อำนาจเจริญ เลื่อนชั้นนั่งเก้าอี้เป็นผวจ.สุรินทร์ ก็เป็นสายตรงของเนวิน ซึ่งก่อนหน้านี้เนวินส่งมาเป็นคณะทำงานให้กับพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรมว.มหาดไทย ที่มีศักดิ์สยามเป็นหัวหน้าทีม จนได้ขึ้นเป็นผู้ว่าฯอำนาจเจริญ เมื่อตุลาคมปี 51 มาครั้งนี้ได้ขยับชั้นมาเป็นผู้ว่าสุรินทร์ทันที บนแรงหนุนของส.ส.ภูมิใจไทยในพื้นที่ของนายยรรยง ร่วมพัฒนา ส.ส.สุรินทร์
นอกจากนี้ยังมีรายชื่อที่ น่าสนใจเช่น นายสุเมธ ชัยเลิศวณิชกุล ผวจ.ราชบุรีที่จะไปเป็นผู้ว่าฯสตูล พบว่า จบปริญญาเอกและโทจากสหรัฐอเมริกา ได้รับการวิจารณ์อย่างมากเพราะเป็นการย้ายไปในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมีรายงานว่า นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบการแก้ปัญหาภาคใต้ของรัฐบาล คุ้นเคยกับนายสุเมธเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยนายสุเมธเป็นรองผู้ว่าฯพิจิตร ที่เป็นพื้นที่เลือกตั้งของพลตรีสนั่น ขจรประศาสตร์ ลูกพี่เก่าของนายถาวร จึงต้องการดึงนายสุเมธให้มาช่วยดูแลพื้นที่สตูล แม้ว่าสถานการณ์ไม่รุนแรงเท่าปัตตานี ยะลา นราธิวาส อีกทั้งเพื่อมาแทนนายสยุมพร ลิ่มไทย ที่ไปเป็นผู้ว่าฯระยอง เพราะนายสุเทพ และนายถาวรเห็นว่านายสยุมพร ไม่ถนัดงานเรื่องสถานการณ์ความมั่นคง
ส่วนคนที่มาเป็นผู้ว่าฯราชบุรีแทนเป็นนายสุเทพ โกมลภมร ที่โยกมาจากผวจ.พัทลุง ทั้งที่เพิ่งขึ้นเป็นผู้ว่าฯเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว ว่ากันว่า เป็นสายตรงสุเทพ อีกคนหนึ่งรวมถึง นายวิญญู ทองสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ก็ได้รับการผลักดันจากนายสุเทพ เพราะเป็นคนบ้านเดียวกันที่จ.สุราษฏร์ธานี อีกทั้งที่ผ่านมานายวิญญูเติบโตในพื้นที่สุราษฏร์ธานีมาตลอด จึงคุ้นเคยกับทั้งนายสุเทพและนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จนนายวิญญูได้รับแรงหนุนให้เป็นรองผู้ว่าสุราษฏร์ธานี แถมยังเป็นเพื่อนร่วมสถาบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับนายสุเทพ จึงมักคุ้นกันมานับสิบๆปี แถมยังเป็น นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสุราษฎร์ธานีด้วย และขึ้นเป็นระดับ 10 คือ ผู้ตรวจกระทรวงได้เพียงปีกว่าๆ สุดท้ายได้รับแรงหนุนจากสุเทพให้มาเป็นผู้ว่าฯครั้งแรกที่พัทลุง
อย่างไรก็ดีใน การโยกผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยออกไปเป็นผู้ว่าฯในอีสานและภาคเหนือ ในพื้นที่สีแดงหลายคนแล้วก็โยกผู้ว่าฯพื้นที่สีแดงเข้ากรุผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยเพื่อสลับกันเช่น นายทองทวี พิมเสน ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยไปเป็นผู้ว่าฯมหาสารคาม แล้วเด้ง นายพินิจ เจริญพานิช จากผวจ.มหาสารคามเข้ากรุเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย บนกระแสข่าวว่า นายพินิจมีความใกล้ชิดกับแกนนำเพื่อไทย เช่น ศรีเมือง เจริญศิริ อดีตรมว.ศึกษาธิการจึงต้องจัดคนของภูมิใจไทยลงพื้นที่เอาไว้ปูทางประสานการเลือกตั้ง
สำหรับนายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่ได้ออกจากกรุผู้ตรวจฯได้เป็นผู้ว่าฯจังหวัดสำคัญทางภาคเหนือในจังหวัดเชียงราย พบว่า นายสุเมธเป็นเพื่อนร่วมสถาบันที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับนายสุเทพ ส่วนนายไตรสิทธิ์ สินสมบูรณ์ทอง ผวจ.เชียงราย ถูกเด้งมาเป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวง โดยคำสั่งนี้จะทำให้นายไตรสิทธิ์ เข้ากรุถาวรหลังจากเพิ่งถูกย้ายด่วนมาช่วยราชการกระทรวงมหาดไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จากปัญหาเรื่องการถูกร้องเรียนว่าบริหารงานในจังหวัดไม่มีประสิทธิภาพ และทำให้ข้าราชการในจังหวัดเกิดความแตกแยก รวมถึงรัฐบาลเห็นว่า หากปล่อยปละในการควบคุมการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง จะเป็นการช่วยพรรคเพื่อไทยในการสร้างมวลชนคนเสื้อแดงขึ้นอีก แต่คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งชั่วคราว ดังนั้นเลยนำชื่อนายไตรสิทธิ์รวมไว้ในการโยกย้ายครั้งนี้ เพื่อให้เข้ากรุถาวรจนเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมปีนี้
การโยกย้ายสลับกันของผู้ว่าฯกับผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่เป็นตำแหน่งเข้ากรุ ยังพบว่า มีหลายคนน่าสนใจเช่นกัน อาทิ นายวันชัย สุทิน ผู้ตรวจราชการกระทรวง ที่ครั้งนี้ได้ออกไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด กำแพงเพชร นายขจรศักดิ์ สิงโตกุล ผวจ.ยโสธรถูกเด้งเข้ากรุเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย แล้วให้นายวันชัย อุดมสิน ผวจ.กำแพงเพชรไปเป็นผู้ว่าฯยโสธรแทน ขณะที่นายสมบัติ ศรีวัฒน์สุวรรณ์ เป็นรองผู้ว่าฯคนเดียวที่ขึ้นระดับ 10 เพราะมีความอาวุโสมาก แม้จะเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกันกับนายสุเทพ ก็ตาม ที่สำคัญเป็นพื้นที่เป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน























